สภาพปัจจุบันของพื้นที่โครงการและข้อจำกัดทางด้านสิ่งแวดล้อม
1 สภาพภูมิประเทศ และข้อจำกัดทางกายภาพของพื้นที่
จากการศึกษารวบรวมข้อมูล และการเดินทางตรวจสอบสภาพภูมิประเทศของโครงการ พบว่ามีผลต่อการกำหนดแนวเส้นทางและรูปแบบการพัฒนาโครงการที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละพื้นที่ในระดับหนึ่ง ในขั้นตอนนี้จะขอกล่าวถึงสภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปของพื้นที่ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 2 แนวซึ่งสามารถเชื่อมต่อระหว่างจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดโครงการ ดังนี้
แนวตอนกลาง
ประกอบด้วยพื้นที่ของตัวเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีความเจริญและค่อนข้างแออัด เนื่องจากสภาพทางธรรมชาติบีบให้การขยายตัวเมืองทำได้ยาก อีกทั้งยังมีทั้งภูเขาสูง แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลองผ่านพื้นที่อำเภอเมือง มีสถานที่สำคัญทางศาสนา เช่น วัดโบราณสถาน แหล่งประวัติศาสตร์รวมตัวกันมากในเขตอำเภอเมือง ดังนั้น ในการที่จะกำหนดแนวทางจากจุดเริ่มต้นโครงการผ่านมาทางกลางเมือง จึงทำได้ยาก โดยเฉพาะภายในเขตผังเมืองรวมของอำเภอเมืองกาญจนบุรี สำหรับทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ซึ่งมีเขตทางรวม 40-60 เมตร มากพอที่จะก่อสร้างทางยกระดับตรงกลางได้ ก็มีชุมชนขยายตัวออกมาเกาะอยู่ตลอดเส้นทาง และทางเลี่ยงเมืองก็ยังห่างจากตัวเมืองประมาณ 1-2 กิโลเมตรเท่านั้น เมื่อสุดทางเลี่ยงเมืองบริเวณแยกแก่งเสี้ยนเขตทางจะเหลือเพียง 30 เมตร จึงไม่แนะนำที่จะก่อสร้างเป็นทางยกระดับบนเขตทางเดิม นอกจากนี้เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของตัวเมือง มีพื้นที่กว้างครอบคลุมเขาพุเลียบ เขาใหญ่ เขาแมงลัก เขาวังตะเคียน และยังเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1A ชั้นที่ 1B ทำให้พื้นที่ตอนกลางมีจำกัด มีชุมชนบ้านเก่า ซึ่งเป็นชุมชนเดิมของพื้นที่อยู่ริมแม่น้ำแควน้อย และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเก่า นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟบ้านเก่า ของเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี-น้ำตกวิ่งผ่าน การกำหนดแนวทางในช่วงกลางจึงมีข้อพิจารณาจากกายภาพพื้นที่ ดังนี้
ข้อดี
- ระยะทางสั้นกว่าแนวทางด้านเหนือ ประมาณ 10 กิโลเมตร
- ผ่านพื้นที่ทหารบางส่วน แต่เป็นพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์จากชาวบ้านต้องจ่ายค่ารื้อถอน
ข้อด้อย
- แนวทางต้องขึ้นทางเหนือก่อนแล้ววกลงใต้ก่อนถึงเขตพื้นที่ทหาร ทำให้ระยะทางยาวขึ้น
- แนวทางต้องอยู่นอกเขตผังเมืองรวม และผ่านบริเวณที่เป็นรีสอร์ทและโรงแรมริมน้ำ
- ต้องก่อสร้างสะพานข้ามทางหลวงหมายเลข 323 ถึง 3 ครั้ง เพื่อเลี่ยงชุมชน
- ผ่านพื้นที่ที่พัฒนาแล้วสองข้างเส้นทางเดิมกาญจนบุรี-พุน้ำร้อน
- แนวทางมีโค้งมากเพื่อหลีกเลี่ยงชุมชน โบราณสถาน สนามกอล์ฟ รีสอร์ท
แนวด้านใต้
พื้นที่ด้านใต้อยู่ในพื้นที่ของอำเภอท่าม่วง อำเภอด่านมะขามเตี้ย เป็นพื้นที่ราบ เขตอำเภอท่าม่วงจะมีทั้งส่วนที่เป็นไร่อ้อย ที่นา และแปลงปลูกพืชผัก ส่วนของอำเภอด่านมะขามเตี้ยแล้วจะมีไร่อ้อย ไร่มัน และแปลงพืชผักบางส่วน และภูมิประเทศมีความสูงต่ำต่างๆ กันมีทั้งส่วนที่ค่อนข้างแห้งและส่วนที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ช่วงที่มีน้ำท่วมประจำและเป็นทางผ่านของน้ำมีความยาวประมาณ 1.5 กม.อยู่ด้านเหนือของอำเภอด่านมะขามเตี้ย บริเวณริมน้ำลำภาชีซึ่งมีต้นน้ำจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี หากแนวทางจะผ่านพื้นที่นี้จะต้องแก้ไขด้วยการก่อสร้างเป็นโครงสร้างสะพานบก พื้นที่ด้านใต้ไม่มีภูเขามากนักส่วนมากเป็นที่ราบโล่ง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญในพื้นที่ และไม่มีแหล่งโบราณสถานสำคัญ ไม่มีรีสอร์ทหรือโรงแรมริมน้ำ ทำให้กำหนดแนวทางได้ทางตรงยาว
ข้อดี
- สามารถกำหนดแนวทางได้เป็นแนวทางตรงยาว จำนวนโค้งน้อยมาก
- ระยะทางสั้นกว่าแนวทางด้านเหนือประมาณ 17 กิโลเมตร
- ไม่ต้องก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย และแม่น้ำแควใหญ่
- ไม่ผ่านพื้นที่เศรษฐกิจทางด้านการท่องเที่ยว
- สามารก่อสร้างเป็นทางราบระดับพื้นดิน
- ไม่ต้องผ่านตัวเมือง และเพิ่มปริมาณจราจรในตัวเมือง
ข้อด้อย
- เป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรมที่สำคัญ
- ต้องป้องกันการเกิดน้ำท่วมและคันทางขวางทางน้ำ
- อยู่ห่างตัวเมือง
โครงการก่อสร้างถนนวงแหวนฝั่งใต้ จ.กาญจนบุรี เป็นงานศึกษาแนวทางเลือกแนวเส้นทางใหม่ พื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่ามะกา อำเภอท่าม่วง อำเภอพนมทวน และอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยบริเวณจุดเริ่มต้นโครงการอยู่บริเวณอำเภอท่ามะกา ซึ่งแนวสายทางตัดผ่านชุมชน หมู่บ้าน บ้านจัดสรร ตามแนวสายทางสลับกับพื้นที่โล่ง และมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งมีข้ามแม่น้ำแม่กลอง และไปสิ้นสุดบริเวณอำเภอเมืองกาญจนบุรี ดังแสดงภาพรวมของพื้นที่โครงการ รูปที่ 6-2
2 โครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ศึกษา
โครงข่ายถนน โครงข่ายถนนในพื้นที่ที่ศึกษาพบว่าโครงข่ายทางหลวงและทางหลวงชนบทที่อยู่ในพื้นที่ รายละเอียดดังแสดงในรูปที่ 6-3
ทางหลวงหมายเลข 323
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323 สายหนองตะแคง–เจดีย์สามองค์ บ้างก็เรียก 323 ทางเลี่ยงเมืองบ้านโป่ง เป็นทางหลวงแผ่นดินในภาคตะวันตกของประเทศไทย เริ่มต้นจากถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เชื่อมต่อกับประเทศพม่า ที่ด่านเจดีย์สามองค์ ระยะทางรวม 287.167 กิโลเมตร
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 323 มีขนาด 4-8 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.00-2.5 เมตร เขตทางกว้าง 60.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-4
ทางหลวงหมายเลข 324
ถนนอู่ทอง หรือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 324 สายกาญจนบุรี–จรเข้สามพัน เป็นเส้นทางคมนาคมที่ใช้เดินทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี โดยเริ่มต้นจากแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323 (ถนนแสงชูโต) ในเขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นไปตามทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอพนมทวน เข้าเขตจังหวัดสุพรรณบุรี และสิ้นสุดที่แยกจรเข้สามพัน โดยบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 321 (ถนนมาลัยแมน) ใน ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีระยะทางประมาณ 48.635 กิโลเมตร
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 324 มีขนาด 4 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 60.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-5
ทางหลวงหมายเลข 367
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 367 หรือ ทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี เริ่มตั้งแต่สามแยกท่าล้อ ในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี สิ้นสุดที่สี่แยกแก่งเสี้ยน ในอำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้เป็นเส้นทางมุ่งหน้าไปยังอำเภอทองผาภูมิ อำเภอสังขละบุรี และพรมแดนพม่าที่ช่องผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อน โดยไม่ต้องเข้าตัวเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น รวมระยะทางทั้งหมด 13.154 กิโลเมตร ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 367 ได้ถูกกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงเอเชียสาย 123 ตลอดทั้งสาย แต่เดิม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 367 ถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของถนนแสงชูโต
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 367 มีขนาด 4 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 60.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-6
ทางหลวงหมายเลข 3199
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3199 สายแก่งเสี้ยน-ศรีสวัสดิ์ เป็นทางหลวงแผ่นดินในจังหวัดกาญจนบุรี เริ่มต้นจากสี่แยกแก่งเสี้ยน จุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323(ถนนแสงชูโต) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 367(ทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี) เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3086 และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3500 ที่สี่แยกลาดหญ้า ผ่านค่ายฝึกเขาชนไก่ จากนั้นลดเหลือ 2 ช่องจราจร ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3457 บริเวณวัดเขื่อนท่าทุ่งนาประชาสรรค์ ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา (ช่วงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3457 ถึงทางเข้าเขื่อนท่าทุ่งนามีขนาด 4 ช่องจราจร) เข้าเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ ผ่านทางเข้าเขื่อนศรีนครินทร์และน้ำตกเอราวัณ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 88(ทางเข้าหน่วยพิทักษ์ป่าแม่ละมุ่น) จะเลี้ยวขวาแล้ววิ่งเลียบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามห้วยแม่ปลาสร้อย ผ่านหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ปลาสร้อย ทั้งนี้ เส้นทางเลียบอ่างเก็บน้ำในช่วงนี้เป็นเส้นทางที่มีการจราจรน้อย เนื่องจากยานพาหนะส่วนใหญ่จะลงแพขนานยนต์เพื่อข้ามอ่างเก็บน้ำไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ เส้นทางช่วงนี้จึงมีลักษณะที่แคบและชำรุดทรุดโทรม สิ้นสุดเส้นทางบริเวณโรงเรียนบ้านดงเสลา โดยมีถนนที่ตรงต่อไปคือทางหลวงชนบท กจ.4041 รวมระยะทาง 117.251 กิโลเมตร
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 3199 มีขนาด 2-4 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่นทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 30.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-7
ทางหลวงหมายเลข 3229
ทางหลวงหมายเลข 3229 คือทางหลวงจังหวัดในจังหวัดกาญจนบุรี สายลำทราย – ด่านแม่ธะมี่ (เขตแดนไทย/พม่า) เชื่อมโยงพื้นที่จากลำทราย ไปยังด่านแม่ธะมี่ (ด่านพรมแดนไทย-พม่า) ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี เป็นเส้นทางที่มีความสำคัญในการเชื่อมต่อพื้นที่ตอนในของจังหวัดไปยังเขตแดนพม่า
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 3229 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 30.00 เมตร ดังแสดงในรูปที่ 6-8
ทางหลวงหมายเลข 3398
ทางหลวงหมายเลข 3398 เป็นทางหลวงแผ่นดินในจังหวัดกาญจนบุรี หรือเรียกว่า ท่าพะเนียด – ทุ่งมะสังข์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแก่งเสี้ยน และเชื่อมต่อระหว่างบ้านท่าพะเนียดกับบ้านทุ่งมะสังข์ มีระยะทางประมาณ 13.804 กิโลเมตร (เริ่มตั้งแต่ กม. 0+000 ถึง 13+804)
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 3398 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 30.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-9
ทางหลวงหมายเลข 3500
ทางหลวงหมายเลข 3500 เป็นเส้นทางสายสั้นๆ ในจังหวัดกาญจนบุรีที่มักถูกระบุร่วมกับทางหลวงหมายเลข 3199 (สายแก่งเสี้ยน–ศรีสวัสดิ์) มีช่วงการควบคุมตั้งแต่ กม. 0+000 ถึง กม. 4+196 มีระยะทางประมาณ 4.196 กิโลเมตร
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 3500 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 30.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-10
ทางหลวงหมายเลข 3570
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3570 สายท่าพะเนียด – ค่ายสุรสีห์ ถนนในจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทางประมาณ 7.806 กิโลเมตร เชื่อมโยงพื้นที่สำคัญระหว่างท่าพะเนียดถึงค่ายสุรสีห์ เป็นเส้นทางคมนาคมในความดูแลของกรมทางหลวง โดยอยู่ในหมวดทางหลวงภาคกลาง/ตะวันตก
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 3570 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 30.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-11
ทางหลวงหมายเลข 3086
ทางหลวงหมายเลข 3086 (สายด่านช้าง-หนองปรือ) เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันมีโครงการพัฒนาขยายเป็น 4 ช่องจราจรในช่วง อ.หนองปรือ – อ.บ่อพลอย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคล่องตัวในการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว โดยเส้นทางนี้มีความสำคัญในการเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคตะวันตก
สภาพปัจจุบันของทางหลวงหมายเลข 3086 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.00 เมตร เขตทางกว้าง 30.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-12
ทางหลวงชนบท กจ.4023
ทางหลวงชนบท กจ.4023 เป็นเส้นทางในจังหวัดกาญจนบุรีที่เชื่อมระหว่าง แยกทางหลวงหมายเลข 3229 กับบ้านวังลาน ในเขตอำเภอเมือง โดยมีจุดเริ่มต้น: แยกจากทางหลวงหมายเลข 3229 ไปที่ จุดปลายทาง: บ้านวังลาน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี มีระยะทางรวมตลอดสายประมาณ 8.300 กิโลเมตร
สภาพปัจจุบันของทางหลวงชนบท กจ.4023 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.00 เมตร เขตทางกว้าง 20.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-13
ทางหลวงชนบท กจ.6067
ทางหลวงชนบท กจ.6067 เป็นเส้นทางในจังหวัดกาญจนบุรีที่รู้จักกันในชื่อ สายบ้านถ้ำ – บ้านไผ่สามเกาะ หรือ บ้านถ้ำ – บ้านหนองตะโก ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอท่าม่วง เป็นถนนเลียบคลองชลประทานที่มีทัศนียภาพสวยงาม และเป็นทางผ่านยอดนิยมสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยัง วัดถ้ำเสือ (Wat Tham Suea) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ มีระยะทาง 10.30 กิโลเมตร
สภาพปัจจุบันของทางหลวงชนบท กจ.6067 มีขนาด 2 ช่องจราจร ช่องจราจรละ 3.5 เมตร ไหล่ทางกว้าง 1.00 เมตร เขตทางกว้าง 10.00 เมตร ดังแสดงใน รูปที่ 6-14
